“ศุภจี” ลุยศูนย์กระจายสินค้า ตรวจสต๊อกของต้องไม่ขาด
“ศุภจี” ลุยศูนย์กระจายสินค้า ย้ำ สต๊อกเพียงพอ พาณิชย์ตั้ง "War Room" เร่งกระจายสินค้าถึงประชาชน พร้อมจับตาสินค้าจำเป็น ป้องกันฉวยโอกาสขึ้นราคา
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์สินค้าและการกระจายสินค้า ณ ศูนย์กระจายสินค้า บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า แม้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย แต่ระบบการผลิตและกระจายสินค้ายังสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับกรมการค้าภายในติดตามสต๊อกสินค้าและการเปิดให้บริการของห้างค้าปลีกค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ และช่องทางจำหน่ายทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด
เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นได้อย่างเพียงพอและทั่วถึง
ศูนย์กระจายสินค้า CP All แห่งนี้เป็นศูนย์ขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่กระจายสินค้าไปยังสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 2,800 สาขา จากเครือข่ายร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศกว่า 16,500 สาขา โดยจากการตรวจสอบพบว่าสต๊อกสินค้ายังมีเพียงพอ และบริษัทมีระบบติดตามสต๊อกและสถานการณ์ของแต่ละสาขา เพื่อปรับการกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันได้เพิ่มจุดสต๊อกย่อยในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอีก 44 จุด เพื่อให้สามารถเติมสินค้าเข้าสู่สาขาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ก่อนหน้านี้มีสาขาที่ต้องปิดให้บริการจากสถานการณ์น้ำท่วมประมาณ 210 สาขา ปัจจุบันสามารถฟื้นฟูและกลับมาเปิดให้บริการได้แล้ว 120 สาขา เหลือสาขาที่ปิดให้บริการประมาณ 90 สาขา ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและพนักงานเป็นอันดับแรก
การติดตามสถานการณ์ไม่ได้จำกัดเฉพาะศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้ กรมการค้าภายในได้ติดตามศูนย์กระจายสินค้าและผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งรายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินสต๊อกและระบบกระจายสินค้าในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สำหรับพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดลง ได้ประสานให้ผู้ประกอบการเตรียมสินค้าไว้ในสาขาใกล้เคียง เพื่อให้สามารถเติมสินค้าได้ทันที ขณะที่พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมสูง ผู้ประกอบการได้เตรียมสต๊อกเพิ่มเติมและจะทยอยเปิดให้บริการเมื่อมีความพร้อม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ
ด้านการบริหารจัดการในภาพรวม กระทรวงพาณิชย์ได้ใช้กลไก Single Command รวบรวมข้อมูลจากพื้นที่ทั่วประเทศผ่านสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เพื่อรับทราบปัญหาและความต้องการของประชาชนในแต่ละจุด และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว อาทิ การสนับสนุนด้านการขนส่ง โดยล่าสุดได้ประสานนำถุงยังชีพจำนวน 2,000 ชุดไปยังจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยการดำเนินงานจะไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น
นอกจากนี้ กรมการค้าภายในได้จัดตั้ง War Room โดยมีอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นหัวหน้า ทำหน้าที่ประสานผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่ง ผู้ผลิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ โดยเน้นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เพื่อให้การกระจายสินค้าเป็นไปอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งบริหารจัดการให้สินค้าจำเป็นกระจายเข้าสู่พื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับกรมการค้าภายในส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบราคาสินค้า หากพบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นสต๊อกเดิม ให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงติดตามราคาอาหารสำเร็จรูป ศูนย์อาหาร ตลาดสด และร้านจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จ เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบประชาชน
รัฐบาลอยู่ระหว่างเตรียมมาตรการช่วยเหลือและงบประมาณเพื่อเยียวยาประชาชนหลังสถานการณ์น้ำลด ทั้งการซ่อมแซมบ้านเรือน ที่พักอาศัย และสถานประกอบการ รวมถึงเตรียมโครงการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดภายใต้แนวทาง “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ” เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและสนับสนุนการฟื้นตัวของประชาชนหลังสถานการณ์คลี่คลาย
ทั้งนี้ ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการ ให้เลือกซื้อสินค้าและจำหน่ายสินค้าในราคาที่เหมาะสม หากพบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ขอให้แจ้งมายังสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 โดยผู้ประกอบการที่ขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือฉวยโอกาสในช่วงวิกฤต กรมการค้าภายในจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบว่ากระทำความผิดจริง จะได้รับโทษตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB